Ennio Morricone ปรมาจารย์แห่งวงการเพลงประกอบหนัง

Ennio Morricone ปรมาจารย์แห่งวงการเพลงประกอบหนัง

Ennio Morricone ปรมาจารย์แห่งวงการเพลงประกอบหนัง เป็นอีกเรื่องเศร้าที่ทุกคนต้องสะท้อนใจไม่น้อยกลับการจากไปของปรมาจารย์แห่งวงการเพลงประกอบหนัง Ennio Morricone นักประพันธ์เพลงชาวอิตาลี เป็นสิ่งที่ทำใจยากกับการจากไปของท่านปรมาจารย์แห่งวงการเพลงประกอบหนัง

Ennio Morricone เสียชีวิตในวัย 91 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม ที่บ้านเกิดของตัวเองในกรุงโรม ประเทศอิตาลี หลังเจ้าตัวมีอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ มาตลอดช่วงห้าปีหลัง มอร์ริโคเนถือเป็นปูชนียบุคคลแห่งวงการเพลงประกอบภาพยนตร์ ที่ฝากผลงานระดับขึ้นหิ้งไว้มากกว่า 500 เรื่อง

Ennio Morricone

ประวัติของ Ennio Morricone

นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกในปี 1928 มอร์ริโคเนใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับสมุดโน้ตบรรทัดห้าเส้น ที่ทุกหน้ากระดาษในนั้นมักจะเต็มไปด้วยโน้ตที่ถูกบันทึกมาจากเสียงในหัวของเขา มอร์ริโคเนได้รับอิทธิพลในการเล่นดนตรีมาจากคุณพ่อที่เป็นอดีตนักทรัมเป็ตแจ๊ส ในวัย 6 ขวบเขาเริ่มต้นอ่านโน้ตและฝึกเป่าทรัมเป็ตตามรอยคุณพ่อก่อนจะเริ่มค้นพบตัวเองว่าตนมีความหลงใหลในการเขียนเพลง

“ ผมเริ่มแต่งเพลงมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ซึ่งย้อนกลับไปผมยังเด็กมาก ๆ พอ 10 ขวบผมก็ทิ้งเพลงทั้งหมดไปเลย ดังนั้นมันจึงไม่มีร่องรอยงานแรก ๆ ที่ผมเขียน ซึ่งมันเป็นเรื่องเศร้าอยู่นะ ” มอร์ริโคเนเคยเล่าไว้

พออายุ 12 ปี มอร์ริโคเนก็เลือกเดินในเส้นทางสายดนตรีเต็มตัวเขาเข้าเรียนที่ซานตา เซซิเลีย หนึ่งในสถาบันดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพร้อมกับเลือกเรียนวิชาที่เกี่ยวกับเรื่องทรัมเป็ตทำนองการประพันธ์ดนตรีและเสียงประสานมอร์ริโคเนใช้เวลาเพียง 6 เดือนในการเรียนหลักสูตร 4 ปีตลอดระยะเวลาที่ซานตาเซซิเลียมอร์ริโคเนได้รับการบ่มเพาะวิชาจากกอฟเฟรโดเปตราสซีนักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกร่วมสมัยที่เปรียบเสมือนเป็นแรงบันดาลใจและเป็นผู้เปิดประตูให้มอร์ริโคเนรู้จักโลกของงานประพันธ์ดนตรีอย่างแท้จริง ( มอร์ริโคเนยกย่องเปตราสซีมากๆถึงขั้นแต่งเพลงให้ในคอนเสิร์ตเมื่อปี 1941 )

หลังเรียนจบ มอร์ริโคเนหาเลี้ยงชีพด้วยการไปเป็นนักแต่งเพลงประกอบวิทยุ รายการโทรทัศน์ และเรียบเรียงเสียงประสานให้ผลงานของศิลปินป๊อปยุคนั้นหลาย ๆ คน กว่าที่มอร์ริโคเนจะเดินเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในฐานะนักประพันธ์เพลงประกอบ เขาต้องรอถึงทศวรรษที่ 60s เลยทีเดียว

ย้อนกลับไปตอนนั้น มอร์ริโคเนได้รับโอกาสทำเพลงประกอบเรื่องแรกให้กับภาพยนตร์เรื่อง The Fascist ( 1961 ) ก่อนที่สามปีต่อมาแสงของสปอทไลท์ดวงใหญ่ก็สาดส่องลงมาที่เขา เมื่อ เซอร์จิโอ เลโอเน อดีตเพื่อนร่วมห้องในวัยเด็ก มาชักชวนให้เขาไปเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่มี คลินต์ อีสต์วูด เล่นเป็นพระเอก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนั้นมีชื่อว่า A Fistful of Dollars ( 1964 )

เซอร์จิโอ เลโอเน ผู้กำกับระดับตำนาน คือผู้บุกเบิกทำภาพยนตร์คาวบอยโหดดิบสไตล์อิตาเลียน หรือที่คนมักเรียกว่าหนัง “คาวบอยสปาเก็ตตี้” ภาพยนตร์ประเภทนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่ตัวละครนำที่มาพร้อมกับความโหดและเท่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะแตกต่างจากคาวบอยแบบดั้งเดิมที่ชอบแฝงค่านิยมแบบอเมริกันจ๋า ๆ แถมไม่นิยมยิงกันเลือดสาดเหมือนภาพยนตร์ของทีมงานคนอิตาเลียน

เลโอเนต้องการใครสักคนที่สามารถทำเพลงประกอบที่มีดนตรีที่สอดรับกับโทนของภาพยนตร์แบบนี้ สุดท้ายเขาจึงหันไปหาเพื่อนสนิทในวัยเด็กอย่างมอร์ริโคเนให้เข้ามาดูแลโปรเจ็กต์ ตอนนั้นงานประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์อาจจะดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับมอร์ริโคเน แต่ด้วยอัจฉริยภาพด้านดนตรี สุดท้ายเขาก็สามารถสร้างผลงานที่น่าทึ่งออกมาได้

มอร์ริโคเนเล่าว่า ตอนแรกเขาต้องการจะสร้างเสียงเครื่องสายให้ออกมาอลังการแบบหนังคาวบอยยุคแรก ๆ แต่ด้วยงบที่จำกัด สุดท้ายเขาเลยแก้ปัญหาด้วยการใช้เสียงกีตาร์ไฟฟ้าทแวงค์ ๆ บวกกับเสียงหมาป่าไคโยตีแทน อีกทั้งยังเลือกใช้ซาวนด์เอฟเฟ็กต์ที่หลากหลายมาสลับกับฉากแอ็กชั่นโหด ๆ ในหนัง

“ ผมรู้สึกรำคาญนิด ๆ นะ ที่ผู้คนต่างคิดว่าผมคือผู้เชี่ยวชาญหนังคาวบอยน่ะ ” เขาเคยพูดถึงประเด็นที่ว่า คนมักมองว่าเขาทำแต่หนังแนวสปาเก็ตตี้คาวบอย “ พวกนั้นน่ะคือไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของเพลงทั้งหมดที่ผมเคยแต่งมาด้วยซ้ำ ”

การร่วมงานกับเลโอเนใน The Dollars Trilogy ( A Fistful of Dollars ) ( 1964 ), For a Few Dollars More ( 1965 ) และ The Good, the Bad and the Ugly ( 1966 ) กลายเป็นก้าวใหญ่ก้าวสำคัญที่ทำให้ชื่อของ เอนนิโอ มอร์ริโคเน โด่งดังไปทั่วฮอลลีวูด จนต่อมามอร์ริโคเนได้รับโอกาสให้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ของผู้กำกับเชื้อสายอิตาเลียนหลายคน ไล่ตั้งแต่เรื่อง The Battle of Algiers ( 1966 ) ของกิลโล ปอนติโคโว, The Hawks and the Sparrows ( 1966 ) ของปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี  The Untouchables ( 1987 ) ของไบรอัน เดอ ปาลมา รวมไปถึงการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของเขาและเลโอเน อย่าง Once Upon a Time in the West ( 1968 ) และ Once Upon a Time in America ( 1984 )

ผลงานทุกชิ้นของมอร์ริโคเนจะเริ่มต้นจากห้องทำงานที่บ้านของเขาในกรุงโรม บ่อยครั้งที่เขามักจะเริ่มเขียนเพลงออกมาโดยไม่ต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อีกทั้งผลงานของมอร์ริโคเน ส่วนใหญ่จะแต่งเสร็จก่อนค่ายหนังจะเริ่มถ่ายทำด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่งเลโอเนเล่าว่าเพลงที่เสร็จก่อนกำหนดการเหล่านั้น คือวัตถุดิบชั้นดีในการขยายความต่อจนกลายมาเป็นบทภาพยนตร์ที่สมบูรณ์

“ เพลงธีมของเอนนิโอ ช่วยให้ผมแต่งตัวให้กับตัวละครได้ง่ายขึ้น เขาไม่เคยต้องอ่านสคริปต์ของผมเพื่อทำเพลงออกมาให้เสร็จ เพราะหลาย ๆ ครั้งเขามักจะแต่งเสร็จก่อนสคริปต์จะเสร็จด้วยซ้ำ สิ่งที่ผมทำคือคอยเล่าให้เขาฟังว่าตัวละครแต่ละตัวเป็นอย่างไร จากนั้นเขาก็แต่งกลับมา แถมบางทีก็แต่งออกมาห้าเพลงต่อหนึ่งตัวละครด้วยซ้ำ ” เลโอเนเล่าถึงการทำงานกับมอร์ริโคเน

มอร์ริโคเนเชี่ยวชาญดนตรีหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นแจ๊ส คลาสสิก ร็อก หรืออิเล็กทรอนิกส์ ดนตรีของเขาจะนำเสนอทำนองที่สวยงาม แต่ก็มาพร้อมกับซาวนด์ที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ นอกจากพรสวรรค์ในการจัดเรียงตัวโน้ตให้สวยงามแล้ว ทักษะการตีความเรื่องราวลงในบทเพลงของมอร์ริโคเนก็เป็นสิ่งที่พิเศษมาก ๆ มอร์ริโคเนเล่าว่า การที่ผู้สร้างให้อิสระกับเขาในการสร้างสรรค์งานศิลปะประเภทนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ต่อการสร้างเพลงที่ดีขึ้นมา

“ ผู้กำกับหนังคือลูกค้าของผมและเป็นคนที่ติดต่อผมมา ” มอร์ริโคเนเล่าจากห้องทำงานที่เพลงมากมายเกิดขึ้นที่นั่น “ มีหลายวิธีในการทำงานร่วมกัน บางครั้งผมก็ปรึกษาหารือกับผู้กำกับ หรือเขาอาจให้บทผมมาอ่าน อีกด้านหนึ่ง ผมก็ดูจากการแก้ไขครั้งแรก ครั้งล่าสุด และครั้งสุดท้าย และเมื่อได้ไอเดียที่กระจ่างจากการคุยกันแล้ว ผมก็บอกถึงไอเดียของผมบ้าง ผมมีความสนิทสนมกับบรรดาผู้กำกับที่ผมทำงานด้วยนะ การร่วมมือร่วมใจกันนี่สำคัญมาก ๆ แต่เขาก็ต้องให้ความไว้วางใจกับนักแต่งเพลงด้วย ผู้กำกับบางคนมีความคิดที่แน่วแน่ บางครั้งก็มีข้อจำกัด มีไอเดียเกี่ยวกับมุมมองทางดนตรีมาอยู่แล้ว มันเลยกลายเป็นว่ามาจำกัดความคิดสร้างสรรค์ของนักแต่งเพลง ”

Ennio Morricone

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาก็อยากที่จะแนะนำกีฬาที่เป็นสากลมากๆ นั้นคือมวยสากลที่เราจะพาไปดูว่า มวยสากล มีกติกาอะไรบ้าง ที่จะให้คุณได้รู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้น แล้วคุณอาจจะหลงใจในกีฬานี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเพราะมวยสากลเป็นกีฬาที่มีสเน่ห์ให้ตัวมันเอง

ติดตามข่าวบันเทิงอื่นๆได้ที่ : เปิดกรุรถหรู ป๊อก-มาร์กี้ จิราธิวัฒน์